แนวทางการดำเนินงาน โรงเรียนส่งเสริมกิจกรรมทางกายในประเทศไทย

22 มิ.ย. 2565, 11:19 น.

โรงเรียน พื้นที่แห่งโอกาสที่ช่วยส่งเสริมการเคลื่อนไหวของเด็กและเยาวชน

ผลจากการคาดประมาณจากทั่วโลกระบุว่า เด็กและเยาวชนในโรงเรียนมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ หรือมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางถึงหนักสะสมไม่ถึง 60 นาทีต่อวัน ตามคำแนะนำของ WHO มากกว่าถึงร้อยละ 80

ด้านผลสำรวจของ Thailand Report Card ปี 2022ในด้านอิทธิพลของบริบทแวดล้อมที่ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของเด็กและเยาวชนไทย โดยเฉพาะในโรงเรียนสะท้อนว่า โรงเรียนส่วนใหญ่มีนโยบายที่ส่งเสริมการเคลื่อนไหวให้กับเด็กนักเรียน และมีคุณครูที่มีความเชี่ยวชาญด้านพลศึกษา คิดเป็นร้อยละ 65 หรืออยู่ในระดับเกรด B- แต่จากข้อมูลในระดับพฤติกรรมของเด็กนักเรียนพบว่า มีเด็กและเยาวชนไทยเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น ที่มีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ หรืออยู่ในระดับเกรด D

นั่นหมายความว่าโรงเรียนจำเป็นต้องออกแบบและจัดหาระบบสนับสนุนเพื่อช่วยให้เด็กนักเรียนได้มีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอและครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษา เนื่องจากนักเรียนหญิงมีระดับกิจกรรมทางกายที่เพียงพอน้อยกว่านักเรียนชายในทุกระดับชั้น ทั้งยังพบว่ายิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลงด้วย

…..

จากข้อมูลสถานการณ์ดังกล่าว Thailand Report Card ปี 2022 จึงได้จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อโรงเรียน
โดยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำเป็นต้องยกระดับนโยบายด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย โดยเน้นไปที่การสร้างเสริมความสุข ลดความเครียด ทั้งที่สามารถประยุกต์ใช้แนวคิดการส่งเสริมกิจกรรมทางกายแบบทั้งระบบ (Whole – of – School Programmes) เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการมีกิจกรรมทางกายระหว่างวันให้กับนักเรียนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ โรงเรียนควรจัดให้มีการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกิจกรรมทางกายที่มีความปลอดภัย และเป็นมิตรกับการมีกิจกรรมทางกายของเด็ก รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สุขภาวะเพื่อให้นักเรียนสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้มากขึ้นตลอดทั้งวันขณะอยู่ที่โรงเรียน

…..

และเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาทางองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ก็ได้เผยแพร่เอกสารสรุปเชิงนโยบาย (Policy brief) เกี่ยวกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกายผ่านโรงเรียน (Promoting physical activity through schools: policy brief) แก่ผู้กำหนดนโยบาย นักวางแผน และผู้บริหารโรงเรียน

โดยเอกสารฉบับนี้ได้อธิบายถึงสภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่สามารถนำมาใช้เพื่อการพัฒนา ดำเนินการ และประเมินผลให้เกิดประสิทธิผลได้อย่างไร ด้วยแนวคิดการส่งเสริมกิจกรรมทางกายทั้งระบบโรงเรียน (Whole – of – School Approaches) เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และลดพฤติกรรมเนือยนิ่งในเด็กและเยาวชน ตลอดจนกรณีศึกษาตัวอย่างที่มีหลักฐานรองรับว่าได้ผลจากหลายประเทศ

เอกสาร Promoting physical activity through schools: policy brief ของ WHO

 

เอกสารดังกล่าวได้นำเสนอกิจกรรมแทรกแซง (Intervention) ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายผ่านโรงเรียน โดยแบ่งออกเป็น 6 ขอบเขต ดังต่อไปนี้

  1. จัดให้มีกิจกรรมทางกายผ่านวิชาพลศึกษาที่มีคุณภาพ (Provide physical activity through quality physical education)
  2. ดำเนินการเชิงกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนการเดินทางด้วยเท้าจากบ้านไปโรงเรียน (Implement strategies to encourage active travel to and from school)
  3. จัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมการเคลื่อนไหน ก่อน และ หลังเลิกเรียน (Provide active before- and after-school programmes)
  4. เปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนมีกิจกรรมทางกายระหว่างพัก และมีช่วงเวลานันทนาการ (Provide physical activity opportunities during recess and recreation time)
  5. ฝังให้มีกิจกรรมที่กระฉับกระเฉงในห้องเรียน ในหลักสูตรของโรงเรียน (Embed active classrooms in school curricula)
  6. มั่นใจว่าแนวทางการส่งเสริมกิจกรรมทางกายครอบคลุมสำหรับเด็กที่มีความต้องการเพิ่มเติม (Ensure inclusive physical activity approaches for children with additional needs)

เอกสารฉบับนี้เหมาะสำหรับ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเด็กในโรงเรียน อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกีฬาและนันทนาการ ผู้กำหนดนโยบายจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โรงเรียนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการสถานศึกษา ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษา

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของเอกสารดังกล่าวได้ที่นี่:
https://www.who.int/publications/i/item/9789240049567